สถานที่สำคัญ

ศาลเจ้าพ่อต้นกระบกประวัติความเป็นมาในค่ายจักรพงษ์ มีศาลเจ้าสำคัญอยู่ศาลหนึ่ง ชาวค่ายและประชาชนในละแวกหมู่บ้านดงพระราม และใกล้เคียงได้พากันให้ความนับถือศาลเจ้าแห่งนี้มาช้านาน ชาวบ้านเรียกว่า "ศาลเจ้าพ่อต้นกระบก" หรือ "ศาลหมื่นศรีวิเศษเทพฤทธิ์" มีลักษณะเป็นศาลเล็ก ๆ อยู่ใต้ต้นกระบก สันนิษฐานว่า สร้างพร้อมกับการสร้างค่ายจักรพงษ์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๒ เพราะคงจะเห็นอภินิหารอะไรแปลก ๆ จึงได้สร้างศาลเล็กๆ ไว้ใต้      ต้นกระบก เจ้าพ่อต้นกระบก หรือ หมื่นศรีวิเศษเทพฤทธิ์ เป็นคนเชื้อชาติจีนเกิดที่ปราจีนบุรีมีอาชีพเป็นพ่อค้าทางเรือระหว่าง ปราจีนบุรีกับอยุธยาและได้เข้ารับราชการโดยการชักชวนของขุนนางผู้ใหญ่ในแผ่นดินคือ หลวงอภัยพัฒน์จีน ในแผ่นดินพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ สมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยความสามารถในการใช้อาวุธหอก และดาบได้อย่างคล่องแคล่ว และรวดเร็วสมเป็นนักรบ กล้าในแผ่นดิน จึงได้รับการแต่งตั้งเป็น "ขุนพาหน" และ "หมื่นศรีวิเศษเทพฤทธิ์" ตามลำดับ ในระหว่างรับราชการกรุงศรีอยุธยาเกิดการระส่ำระสาย ขุนนางแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ไม่มีความเชื่อมั่นในพระมหากษัตริย์ ต่อมาพม่าได้ตีกรุงศรีอยุธยาใกล้จะแตก หมื่นศรีวิเศษเทพฤทธิ์ซึ่งมีความชำนาญในการเดินเรือ ได้พากรมหมื่นเทพพิพิธ พร้อมด้วยขุนนางผู้ใหญ่มาตั้งค่ายอยู่ที่ปราจีนบุรี พม่าได้เข้าตีกระหน่ำค่ายพัก หมื่นศรีวิเศษเทพฤทธิ์ ได้ทำการปกป้องเจ้านาย ผู้ใหญ่โดยพาหนีข้ามแม่น้ำ หมื่นศรีวิเศษเทพฤทธิ์ เห็นว่าชีวิตนี้คงไปไม่รอดแน่ จึงได้แนะนำให้ กรมหมื่นเทพพิพิธ และขุนนางผู้ใหญ่หนีไปอยู่ที่เมืองพิมาย ส่วนหมื่นศรีวิเศษเทพฤทธิ์ หมดแรงยืนถืออาวุธพิงต้นมะรื่นตายในเวลาต่อมา ในกลางดงนี้ (มะรื่นกับกระบกเป็นไม้พันธุ์เดียวกัน) บัดนี้ ดงนี้ได้เป็นค่ายทหารแล้ว ไม่มีผู้ใดสร้างศาลที่อยู่ให้ จึงเกิดอภินิหารแปลกๆ ให้เห็นเป็นประจำด้วยเหตุนี้  พล.ต.สว่าง กาญจนเสถียร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒ ในสมัยนั้น จึงได้ดำเนินการสร้างศาลเจ้าแบบทรงไทย และให้ช่างแกะสลัก ไม้เป็นรูปเจ้าพ่อ ยืนถือหอกมีดาบ ๒ เล่ม ไขว้หลัง เมื่อ ๙ ก.ค.๒๕๐๗